gps ราคา ว่าด้วยเรื่องรถยนต์ถือเป็น ทรัพย์สินที่ราคาแพง จากสถิติตัวเลขรถยนต์

gps ราคา

gps ราคา ว่าด้วยเรื่องรถยนต์ถือเป็น ทรัพย์สินที่ราคาแพง จากสถิติตัวเลขรถยนต์หายในแต่ละปีเฉลี่ยที่ 300 กว่าคดี แชมป์รถหายยอดนิยม GPS คือรถกระบะ ไม่เกี่ยงว่ารถใหม่หรือเก่า อีกสิ่งหนึ่งที่ควรรู้ไว้ว่าจากคดี รถยนต์หายทั้งหมด สามารถจับผู้ต้องหาและปิดคดี ได้เพียง 10% จากคดีทั้งหมด

ในภาคประชาชนสามารถติดตาม ศูนย์ปราบปรามโจรกรรมรถยนต์ และจักรยานยนต์
เมื่อรถยนต์หายกว่าเจ้าของจะรู้ตัวว่า ก็ต้องใช้ระยะเวลา แจ้งความหาหลักฐานจากกล้องวงจรปิดเหมือนงมเข็มในมหาสมุทร แต่ด้วยเทคโนโลยีใหม่อย่างระบบ จีพีเอส (GPS) เมื่อรถหายก็สามารถกดโทรศัพท์เช็กพิกัด ของรถยนต์และประสานเจ้าหน้าที่ ในพื้นที่จับกุมได้อย่างทันท่วงที

มาถึงจุดนี้เราจึงอยากแนะนำ GPS ติดตามรถ เน้นไปที่ความง่าย ไม่ต้องให้ช่างติดตั้ง ใช้ซิมการ์ดโทรศัพท์แบบเติมเงิน เป็นสัญญาณ GPS ส่งพิกัดผ่านระบบ SMS เปิดดูได้จาก google map ทำให้ไม่มีภาระ ผูกผันอะไรมาก

มีแบตเตอรี่สแตนด์บายได้ประมาณ 80 ชม. หรือจะเสียบสายไฟแล้วซ่อนในรถ หลายท่านที่ใช้อยู่ บอกว่ารุ่นนี้ ให้ตำแหน่งแม่นจริง ราคาสั่งจำหน่ายออนไลน์ 500-700 บาท, ร้านจำหน่ายในไทย 1,100-1,500 บาท พร้อมการเซอร์วิสหลังการขาย

พ่วงไฟจากแบตเตอรี่รถเท่านั้น กันน้ำกันฝุ่นเพราะ ไปซ่อนในห้องเครื่องรถ คุณภาพดี ตำแหน่งแม่น ราคาสั่งจำหน่ายออนไลน์ประมาณ 550-700 บาท, ร้านจำหน่ายในไทย 1,000-1,500 บาท พร้อมการเซอร์วิสหลังการขาย

gps ราคา

 

นาฬิกา GPS มัลติสปอร์ตระดับกลาง เหมาะกับกลุ่มผู้ใช้งานออกกำลังกายกลางแจ้ง ทั้งกิจกรรม วิ่ง, จักรยาน, ว่ายน้ำ, ไตรกีฬา และกิจกรรมอื่นๆกว่า 80 ชนิด โดยเป็นรุ่นระดับกลาง ระหว่างรุ่นเริ่มต้นอย่าง 3 Fitness และ รุ่นท็อป ซึ่งหน้าตาของคล้ายคลึงกับ Spartan ที่เป็นรุ่นฮิตในอดีต ซึ่งปัจจุบันนี้ไม่มีจำหน่ายแล้ว

การกลับมาครั้งนี้ของต้องบอกว่าจัดเต็มกว่าเดิม

ทั้งวัสดุที่แข็งแกร่งขึ้น, ติดตามความฟิตของร่างกายด้วยสถิติ แผนการออกกำลังกาย 7 วันอัตโนมัติ, ตรวจวัดระดับความเครียด และอื่นๆอีกมากมายที่จะมาเจาะลึกเปิดกล่องในรีวิวนี้

ในปัจจุบันเทคโนโลยีมี ความก้าวหน้ามาก ขึ้นอย่างรวดเร็ว จนทำให้โลกทุกวันนี้กลายเป็นโลกไร้พรมแดน ซึ่งทุกคน สามารถติดต่อสื่อสาร กันได้ง่ายกว่าเดิม โดยสิ่งสำคัญที่ช่วยให้การติดต่อสื่อสารนั้นกลาย เป็นเรื่องง่ายนั่นก็คือ เทคโนโลยีสื่อสารไร้สายยุค  LTE ที่เราทุกคนเคยได้ยินกันในปัจจุบัน

แต่จะมีซักกี่คนที่เข้าใจความหมายของเทคโนโลยีนี้ว่าตกลงแล้วคืออะไร? ก่อนที่เราจะมาทำความรู้จักกับเทคโนโลยีนี้ เราควรทราบถึงวิวัฒนาการของเทคโนโลยีเครือข่ายโทรศัพท์มือถือก่อนที่จะมาเป็น  ในยุคปัจจุบัน วิวัฒนาการก่อนจะเป็นเทคโนโลยีสื่อสารไร้สายซึ่งคำว่า G ย่อมาจาก Generation แปลว่า ยุค หรือช่วงสมัย ไม่ได้หมายถึงชื่อของเทคโนโลยีที่หลายๆ คนมักเข้าใจผิด

เป็นยุคที่ใช้ระบบอนาล็อก คือใช้สัญญาณวิทยุในการส่งคลื่นเสียง (Voice) โดยสามารถโทรออก-รับสายได้อย่างเดียว ไม่สามารถส่งผ่านข้อมูลใดๆ ทั้งสิ้น แม้แต่การรับ-ส่ง SMS โดยในยุคนั้นผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือส่วนใหญ่มักเป็นบุคคลที่มีรายได้สูง  เป็นยุคที่เปลี่ยนจากการส่งคลื่นวิทยุแบบอนาล็อก

มาเป็นการเข้ารหัสดิจิตอล  แทน โดยผู้ใช้สามารถใช้งานทางด้านข้อมูลก็คือสามารถส่งข้อความ ได้นอกเหนือจากการโทรออก-รับสาย รวมทั้งยังทำให้เกิดการบริการต่างๆ มากมาย

หลายๆท่านอาจจะนิ่งนอนใจและ ไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องดอกยางเพราะ มันเล็กนิดเดียวไม่ค่อยได้สังเกตแต่เอาเข้าจริงๆ สิ่งสำคัญๆม่แพ้ส่วนใดนั้นคือดอกยาง เพราะจะทำให้รถของเรายึดเกาะถนน ได่อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อถนนลื่นในหน้าฝน ประเภทของดอกยางแบ่งออกเป็น 4 ประเภท 1.ดอกยางละเอียด (rib pattern)

มีดอกยางและร่องยางเป็น แนวแถวเส้นรอบวงของยาง และมีรูแบบเรียงตัวของร่องยาง ตามการออกแบบของบริษัทผู้ผลิต โดยทั่วไปแล้ว เน้นให้ยางใช้งานได้ดีในสภาพถนนเรียบ 2.ดอกบั้ง (lug pattern) ดอกยางและร่องยางเป็นแนวขวาง กับเส้นรอบวงของยาง ซึ่งการออกแบบยางเช่นนี้ต้อง การประสิทธ์ภาพในการตะกุย

อีกทั้งร่องยางมีความลึกทำให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

เหมาะสำหรับใช้งานบนถนนที่ขรุขระ และทางเรียบในความเร็วต่ำ และปานกลาง 3.ดอกแบบผสม (rib lug pattern) เป็นการผสมจุดเด่นของยางทั้งสองแบบ โดยดอกละเอียดจะอยู่ตรงกลาง โดยมีดอกบั้งอยู่รอบนอกทั้งสองด้าน

ดอกยางประเภทนี้มีลักษณะเป็นจุด หรือก้อน อาจมีรูปทรงแบบวงกลม หรือเหลี่ยมก็ได้ ให้แรงตะกุยสูง เหมาะสำหรับใช้งาน แบบออฟโรดทั้งลุยโคลนและทราย วันนี้เราจะมาแนะนำดอกยางแบบไหน ที่ใช้ได้ดีในหน้าฝน ดอกยางที่ดีควรมีความลึกกว่า 3 มม. และมีอายุไม่เกิน 5 ปีนับจากวันผลิต ดอกยางแบบ 2 ทิศทาง

แบตเตอรี่ ถือเป็นชิ้นส่วนที่สำคัญอย่างยิ่งในการสตาร์ทเครื่องยนต์เพื่อใช้ในการเดิน ทาง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมันจะมีอายุการใช้งาน 1.5 – 3 ปี ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน จริงๆ แล้วไม่ว่าแบตเตอรี่ที่ใช้จะเป็นแบบแห้ง หรือแบบเปียก มักจะมีสัญญาณเตือนก่อนที่แบตฯ จะหมดคล้ายๆ กัน ซึ่งสัญญาณเตือนแบตเตอรี่มีปัญหา มีอยู่หลักๆ ดังนี้

1. เมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ จะรู้สึกว่าเครื่องไม่ค่อยมีกำลัง สตาร์ทติดยากกว่าที่เคยเป็น

2. หลังจากจอดรถดับเครื่องแล้วทิ้งไว้สักครู่ หรือดับเครื่องเสร็จแล้วสตาร์ทใหม่ทันที รถจะสตาร์ทติดยาก ต้องพยายามสตาร์ทหลายๆ ครั้งถึงจะติด

3. ไฟส่องสว่างด้านหน้ารถยนต์ไม่ส่องสว่างเท่าเดิม

4. ระบบล็อคประตู และการทำงานของกระจกไฟฟ้าช้าลงกว่าปกติ อืดๆ ไม่เร็วเหมือนเดิม

5. แบตเตอรี่แบบเปียก น้ำกลั่นหมดเร็วกว่าเดิม ต้องเติมถี่ และบ่อยขึ้น

6. ถึงขั้นต้องพ่วงแบตฯ เพื่อชาร์จแบตเตอรี่ ในการสตาร์ทรถยนต์ เพราะสตาร์ทรถไม่ติดเลย  เมื่อไหร่ที่เกิดอาการเหล่านี้ขึ้น ให้คุณเตรียมตัวเปลี่ยนแบตเตอรี่ ลูกใหม่ได้เลย ยิ่งเร็วยิ่งดี เพราะไม่แน่ว่ามันจะไป หมดกลางทางที่ไหน และเมื่อไหร่ หากเจอแจ๊กพ็อต ในขณะที่มีธุระเร่งด่วนมากๆ มีหงุดหงิดแน่ๆ

ความดันลมเท่าไหร่จึงจะเหมาะสม ที่สุดสำหรับการเติมลม ยางรถบรรทุก ? ความดันลมยางรถบรรทุก ปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการดูแล รักษายางรถบรรทุกคือการใช้ ความดันลมที่เหมาะสม ไม่มียางหรือยางในเส้นใดที่จะเก็บลมไว้ได้อย่างถาวร

เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากสภาวะแรงดันลมอ่อน จะต้องตรวจเช็คและเติมลมให้กับยางรถของท่านอย่างสม่ำเสมอ เพราะความดันลมยาง มีผลกระทบโดยตรงกับสมรรถนะของยาง ทั้งกับอายุของหน้ายางและความทนทาน

และยังส่งผลต่อการใช้งานอีกด้วย ความดันลมยางที่ต่ำ กว่ามาตรฐาน ทำให้โครงยางมีการยุบตัวมากเกินไป ซึ่งจะส่งผลให้ยางเกิดความร้อน สะสมที่แก้มยางสูง แรงต้านทานการหมุนของยางเพิ่มขึ้น

เกิดการสึกหรอก่อนเวลาในกรณีรุนแรง

จะทำให้โครงยางเสียหาย ส่งผลให้เกิดยางระเบิดได้ ในทางกลับกัน ความดันลมยาง ที่สูงกว่ามาตรฐาน ซึ่งรถจะมีความรู้สึกขับได้เร็วขึ้น การออกตัวหรือบังคับ เลี้ยวดีขึ้นอันเนื่อง แรงดันลม ที่มากช่วยผยุงรถให้ลอยสูงขึ้นจากพื้นผิวมา แต่จะทำให้การยึดเกาะถนนลดลง เกิดการลื่นไถลได้ง่ายเมื่อ เจอสภาพพื้นถนนเปียก รวมทั้งส่งผลต่อ การสึกหรอที่ผิดปกติของหน้ายาง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตำแหน่งเพลาขับ  การเติมลมยางเพื่อให้ได้ระดับ ที่เหมาะสมนั้นต้องคำนึงถึง น้ำหนักรถ น้ำหนักสิ่งของที่บรรทุก ความเร็วที่ใช้ และสภาพถนน ที่ใช้งานของรถคันนั้น เพื่อพิจารณาในการ เติมลมยางให้เหมาะสม เพื่อจะทำให้เกิดความปลอดภัย สูงสุดในการใช้งาน  เพื่อความปลอดภัยควรใช้ ความดันลมยางจากคู่มือรถ เปรียบเทียบกับความดันลมยางที่ระบุในสเปคยางแต่ละขนาด

และควรชั่งน้ำหนักตกแต่ละเพลา ของรถในขณะที่บรรทุกสิ่งของด้วย  การเติมหรือการวัดความดันลมยาง ควรทำขณะที่ยางเย็น และอุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้วัด ต้องมีความแม่นยำได้มาตรฐาน รวมถึงปฎิบัติตามคำแนะนำการใช้งานที่ผู้ผลิตเครื่องมือนั้นๆแนะนำ  ฝาครอบวาล์วนั้นมีไว้เพื่อให้ แน่ใจว่ามีการปิดอย่างแน่นหนา

และยังเป็นการปกป้องส่วนภาย ในของก้านวาล์วอีกด้วย ก้านต่อก้านวาล์วควรปรับใช้งานให้เหมาะสม และอาจจำเป็นสำหรับ การตรวจวัดความดันลมยางใน ตำแหน่งล้อคู่ ข้อแนะนำในการเติมลมยางรถบรรทุก

ในการเติมลมยางรถบรรทุกไม่ได้ ระบุตายตัวว่าต้องเติมที่ ความดันลมยางที่เท่าไหร่ แต่ขึ้นอยู่กับการใช้งาน ยางอยู่ในตำแหน่งไหน หากเป็นตำแหน่งเพลาขับ สามารถเติมลมยางไดขึ้นอยู่กับขนาดยาง หากอยู่ที่ตำแหน่งพ่วงหรือ ล้อลากที่ต้องรับน้ำหนักการบรรทุกเยอะๆ

 

สนใจติดต่อที่ GeniusGPS

   บริษัท จีเนียส แทร็ค ซิสเท็ม จำกัด​

 

23 ถนนมาเจริญ แขวง หนองค้างพลู
เขต หนองแขม กทม. 10160​

 

เวลาทำการ จันทร์ – เสาร์
08:30 – 18:00

Email    :  sales.geniustracks@gmail.com

Call Office             : 02-111-7744

ฝ่ายเชี่ยวชาญเทคนิค  : 082-416-6442

ฝ่ายดูแลแก้ไขปัญหา    : 086-386-8291
บริษัท จีเนียส แทร็ค ซิสเท็ม จำกัด​

23 ถนนมาเจริญ แขวง หนองค้างพลู เขต หนองแขม กทม. 10160​

เวลาทำการ จันทร์ – เสาร์ 08:30 – 18:00

Email    :  sales.geniustracks@gmail.com
Call Office             : 02-111-7744
ฝ่ายเชี่ยวชาญเทคนิค   : 082-416-6442
ฝ่ายดูแลแก้ไขปัญหา    : 086-386-8291