gps ติดรถ จำเป็นหรือไม่ ติดตั้ง GPS ติดตามรถขนส่ง ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง หลายคนคงจะทราบกันดีเลยครับว่า GPS Tracker หรือ gps ติดรถ สามารถทำอะไรได้บ้าง ด้วยที่โลกและเส้นทางที่กว้างใหญ่ การที่จะหาใครสักคน หรือหาสิ่งของต่างๆ จึงเป็นเรื่องยุ่งยากสำหรับเรา ทำให้ GPS จึงมีบททาทสำคัญที่จะค้นหาตำแหน่ง โดยเฉพาะการเดินทางที่ไหนไกลๆ GPS ก็สามารถนำทางให้ได้ มีความแม่นยำมาก และมีความสะดวกรวดเร็ว ทำไมเราต้องติด GPS ให้กับรถบรรทุกด้วย? เหตุผลเพราะ ? . 1) กฎหมายกำหนด กรมการขนส่งทางบก ประกาศต่อภาษีให้กับรถบรรทุกที่ติดตั้ง GPS Tracker เท่านั้น
ระบบ GPS การทำธุรกิจด้านโลจิสติกส์นอกจากเรื่องของการเอาใจใส่เกี่ยวกับระบบการขนส่งสินค้า ระบบ GPS ขั้นตอนต่าง ๆ ในการทำงานแล้ว เทคโนโลยีก็เป็นอีกเรื่องที่ขาดไปไม่ได้ โดยเฉพาะในยุคนี้ที่ระบบ GPS กลายเป็นระบบที่เหมาะสมกับการทำงานในด้านนี้อย่างมาก ผู้ประกอบการโลจิสติกส์หลาย ๆ รายเริ่มให้ความใส่ใจมากขึ้นกว่าเดิม แต่เชื่อว่าก็มีอีกไม่น้อยที่ยังสงสัยถึงความคุ้มค่าในการติดตั้ง GPS ไปใช้ จึงมาดูเหตุผลที่ระบบ GPS (จีพีเอสติดตาม) จะช่วยยกระดับธุรกิจโลจิสติกส์สำหรับผู้ประกอบการยุคใหม่ให้ก้าวไกลยิ่งขึ้นได้อย่างไร 1. มีระบบการตรวจสอบทันสมัย รับรู้ได้แบบ Real-time – เนื่องจากระบบ GPS สามารถติดตามยานพาหนะได้ตลอด 24 ชม. จึงทำให้ผู้ประกอบการหรือผู้ดูแลระบบสามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหวได้ทุกอย่างว่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง เช่น ตำแหน่งของรถอยู่ที่ไหน ขับตามเส้นทางที่ระบุหรือไม่ มีการจอดพักที่จุดใดเป็นระยะเวลานานเท่าใด ฯลฯ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพให้กับธุรกิจมากขึ้น
GPS ติดตาม สิ่งสำคัญในภาคธุรกิจโลจิสติกส์ คงหนีไม่พ้นเรื่องของการลดค่าใช้จ่าย GPS ติดตาม ในการขนส่ง การลดระยะเวลาที่ใช้ในการขนส่ง และลดปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้โดยใช้ต้นทุนน้อยที่สุด และหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญที่ภาคธุรกิจโลจิติกส์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งก็คือ GPS สำหรับติดตามรถส่งของ รถขนส่ง ต่างๆ ในบทความนี้ Genius GPS มีบทความดีๆ เกี่ยวกับ 4 ประโยชน์ของระบบ GPS ที่จะสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการให้บริการ ให้กับธุรกิจโลจิสติกส์มาให้ทุกท่านๆ ได้อ่านกันค่ะ 1. ลดต้นทุนค่าน้ำมัน แน่นอนว่า ต้นทุนพลังงานที่สำคัญที่สุด สำหรับการขนส่งของธุรกิจโลจิสติกส์ ก็คือค่าน้ำมันนั่นเอง ระบบ GPS โดยทั่วไปนั้น ก็จะมีระบบติดตามเส้นทาง ซึ่งก็จะสามารถช่วยให้สามารถตรวจสอบเส้นทางการขนส่งได้ ป้องกันการขับรถออกนอกเส้นทาง รวมถึงระบบตรวจวัดอัตราเร็ว
ส่งสินค้าล่าช้าแถมยังโดนลูกค้าปรับอีก ใครเป็นแบบนี้ ยกมือขึ้น GPS Trackingติดรถ GPS Trackingติดรถ หลายคนคงทราบดีว่าระบบ GPS Tracking นั้นมีความจำเป็นต่อธุรกิจโลจิสติกส์อย่างไร ทำไมบรรดาธุรกิจโลจิสติกส์จึงจำเป็นที่จะต้องติดตั้งเพื่อใช้งานก่อนที่กฎหมายจะเข้ามาบังคับใช้ นั่นเพราะระบบ GPS Tracking สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในด้านขนส่งและสร้างศักยภาพในการแข่งขันได้อย่างดี แต่มีสิ่งหนึ่งที่ใครหลาย ๆ คนไม่ทราบนั่นก็คือผลทางอ้อมที่ทำให้ลูกค้าของบริษัทผู้ประกอบการโลจิสติกส์เหล่านี้เลือกใช้บริการนั่นคือ “ความไว้วางใจ” นั่นเอง เหตุใด GPS Tracking ติดรถ จึงสามารถสร้างความไว้วางใจให้กับลูกค้าได้ นั่นเพราะระบบสามารถที่จะออกแบบและคำนวณระยะทาง เวลาที่ใช้ในการเดินทางไปส่งสินค้าได้อย่างถูกต้องและตรงเวลา ในขณะที่ลูกค้าสามารถที่จะตรวจเช็คสถานะของยานพาหนะและพนักงานขนส่งได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านแอปพลิเคชันหรือผ่านเว็บบราวเซอร์บนคอมพิวเตอร์หรือมือถือ นอกจากนี้ทาง Genius GPS ยังมีฟังก์ชั่นพิเศษ คือ มีระบบแจ้งเตือนผ่าน line ตลอดเส้นทางการเดินรถ
จากนโยบายที่ต้องการจะยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ให้กับผู้ขับขี่ยานพาหนะประเภทรถบรรทุก กระทรวงคมนาคมจึงได้มีมาตรการบังคับใช้ให้รถบรรทุกในประเภทขนส่งส่วนบุคคล (ป้ายขาว) ที่มีการจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกต้องติดตั้ง GPS ทุกคันภายในปี 2652 ทาง Genius GPS จึงได้สรุปประเภทและลักษณะของรถที่เข้าข่ายมาฝากค่ะ 1. รถบรรทุกสิบล้อ สิบสองล้อ หัวลากสิบล้อ และ หัวลากหกล้อ ขนส่งไม่ประจำทาง (ป้ายเหลือง) และ ขนส่งส่วนบุคคล (ป้ายขาว) ที่มีการจดทะเบียนตั้งแต่ 25 มกราคม 2559 เป็นต้นไป จะต้องติดตั้ง GPS พร้อมเครื่องรูดบัตร และเชื่อมต่อข้อมูลกับกรมขนส่งทางบกก่อนตรวจสภาพเพื่อจดทะเบียน 2. รถบรรทุกสิบล้อ สิบสองล้อ หัวลากสิบล้อ และ หัวลากหกล้อ
แผนที่และการนำทางแบบดิจิตอลอาศัยการทำงานของระบบกำหนดตำแหน่งบนโลก (GPS) เพราะระบบนี้ง่ายต่อการใช้งาน มีความแม่นยำและน่าเชื่อถือได้ อย่างไรก็ตามบางครั้งสัญญาณ GPS ก็ถูกลดทอนประสิทธิภาพลงเนื่องจากความผิดพลาดต่าง ๆ นานาหรือการถูกรบกวน ดังนั้นเราจึงควรเรียนรู้ปัจจัยที่อาจนำไปสู่ความผิดพลาด ดูข้อปฏิบัติในการติด GPS รถยนต์อย่างเหมาะสมและการซ่อมอุปกรณ์ GPS Tracking ติดรถเมื่อได้ทราบข้อแนะนำแล้ว การแก้ปัญหาแผนที่ในจีพีเอสติดตามก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ในบทความนี้เราได้รวบรวมทิปที่มีประโยชน์สำหรับการแก้ปัญหาแผนที่ของเครื่องจีพีเอสติดรถยนต์ และเรายังระบุสถานการณ์ตัวอย่างเพื่อการอธิบายที่ชัดเจนมากขึ้นด้วย ปัญหาทั่วไป บางครั้งอุปกรณ์ของคุณไม่ปรากฏชื่อสถานที่หรือชื่อถนน หรือขึ้นที่อยู่ผิดสำหรับสถานที่นั้น นอกจากนี้คุณอาจมีปัญหาในการนำทาง เพราะอุปกรณ์บอกให้ไปออกทางที่ปิดการใช้งานไปแล้ว ไปใช้ถนนที่ไม่มีอยู่จริง หรือใช้เส้นทางที่ไม่เข้าท่า ปัญหาดังกล่าวอาจเกิดขึ้นจากสาเหตุเหล่านี้ 1. การติดตั้ง GPS ที่ไม่ถูกต้อง: การติดตั้ง GPS ติดตามรถที่ผิดวิธีสามารถนำไปสู่ข้อมูลที่ไม่แม่นยำได้2. ความผิดพลาดของผู้ใช้: ความผิดพลาดของมนุษย์เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยมาก เช่น ปล่อยอุปกรณ์จีพีเอสติดตามให้อยู่ในโหมดคำนวณหาตำแหน่งปัจจุบันโดยอิงจากตำแหน่งก่อนหน้านี้3. ชั้นบรรยากาศ: สัญญาณอาจได้รับผลกระทบจากกิจกรรมที่ไม่ปกติในชั้นบรรยากาศโลก4.
GPS Tracking คือระบบของการใช้ดาวเทียมเพื่อติดตามตำแหน่ง ซึ่งตัว Tracker จะถูกติดตั้งเอาไว้กับยานพาหนะหรือสิ่งใด ๆ ก็ตามที่เคลื่อนไหวได้ เช่น รถ คน สัตว์ เป็นต้น เมื่อติดตั้งเรียบร้อยก็จะใช้ จีพีเอสติดตาม ในการหาพื้นที่ตำแหน่งของ Tracker นั้นว่าอยู่ตรงไหน ตรงนี้เองที่มักถูกนำมาใช้กับธุรกิจด้านโลจิสติกส์เพื่อให้ผู้ประกอบการมั่นใจว่าสิ่งที่ควบคุมไม่ได้อย่างการขนส่งนี้ จะอยู่ในสายตาของเขาตลอดเวลา และนี่คือ 3 เหตุผลที่บอกว่าทำไมธุรกิจโลจิสติกส์ควรติดตั้ง GPS Tracking เข้ากับยานพาหนะ 1. บอกตำแหน่งของยานพาหนะแบบ Real-time ด้วยความสามารถของระบบ GPS Tracking สามารถตรวจสอบตำแหน่งได้ตลอดเวลา ดังนั้นจึงสามารถบอกตำแหน่งของตัวยานพาหนะได้ชนิด Real-time ว่าตอนนี้อยู่ตรงไหนแล้ว อีกทั้งยังมีความแม่นยำสูง ช่วยให้รู้ว่ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นหรือไม่ แล้วถ้ามี ตำแหน่งล่าสุดอยู่ตรงจุดไหนในแผนที่ 2. วางแผนการทำงานหรือปรับเปลี่ยนได้ตามเหมาะสม –
GPS Tracking คือ อุปกรณ์นำทางและติดตามความเคลื่อนไหวของยานพาหนะ คน สัตว์และสิ่งของที่มีค่า โดยจะมีการระบุตำแหน่ง บันทึกข้อมูลการเคลื่อนที่เพื่อส่งไปยังผู้ที่ติดตั้งอุปกรณ์นี้ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตด้วยโทรศัพท์มือถือหรือระบบอื่น ๆ ที่อยู่ในอุปกรณ์ GPS Tracking นั้น ๆ ปัจจุบันมีการนำมาใช้อย่างแพร่หลายโดยเฉพาะธุรกิจโลจิสติกส์และการขนส่งที่ต้องใช้ยานพาหนะในการขนส่งสินค้าและรถโดยสารขนาดใหญ่ ถือว่ามีความจำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะรถบรรทุกและรถโดยสารเนื่องจากกฎหมายกำหนดให้ติดตั้งเพื่อใช้ในการควบคุมความเร็วและระยะเวลาพักผ่อนของพนักงานขับรถเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ในขณะที่ธุรกิจโลจิสติกส์ใช้การติดตั้ง GPS Tracking ก็มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มศักยภาพและการแข่งขันที่มากขึ้นได้ ดังเช่น ลดเวลาในการเดินทาง ในอดีตที่ไม่มีระบบ GPS นั้น การเดินทางส่งสินค้าระหว่างจังหวัดจะใช้เวลานาน บางครั้งอาจเกิดจากพนักงานขับรถหลงทาง ไม่ชำนาญเส้นทาง แต่เมื่อมีระบบ GPS ก็จะมีการคำนวณระยะทางให้พนักงานขับรถเลือกเดินทางที่ GPS กำหนดเพื่อใช้ระยะทางที่สั้นที่สุดและใช้เวลาน้อยที่สุด ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานเชื้อเพลิง เมื่อรถขนส่งเดินทางในระยะทางที่สั้นที่สุดแล้ว ค่าใช้จ่ายในเรื่องของน้ำมันเชื้อเพลิงก็จะลดลงไปด้วย
สิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการต้องรู้เกี่ยวกับระบบ GPS Tracking ก่อนที่จะติดตั้งก็คือ การปฏิบัติให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงระบบ GPS Tracking จะต้องมีวิธีใช้ตรงตามที่กฎหมายกำหนดในเบื้องต้นด้วย รถที่มีคุณลักษณะต่อไปนี้ ต้องติดตั้งระบบ GPS Tracking – รถขนส่งผู้โดยสารทั้งประจำทางและไม่ประจำทาง – รถบรรทุกตั้งแต่ 3 เพลา 6 ล้อ ยาง 10 เส้น ขึ้นไป ทั้งในส่วนไม่ประจำทางและการขนส่งส่วนบุคคล • เครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถจะต้องมีความคาดเคลื่อนในแนวราบไม่เกิน 20 เมตร จำนวนชั่วโมงการขับรถมีค่าความละเอียดไม่เกิน 1 นาที วันเวลาที่บันทึก ชื่อ-นามสกุลของผู้ขับขี่ หรือเลขที่ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถที่ได้จากระบบบ่งชี้ผู้ขับรถ มีลักษณะการทำงานของเครื่องเป็นแบบ Real-time • มีระบบบันทึกการใช้งานของรถไว้ที่เครื่องเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า
คุณเป็นอีกคนหนึ่งใช่ไหม ที่พนักงานเบิกน้ำมันเกินจริงหรือมีต้นทุนการขนส่งสูงกว่าปกติ คนทั่วไปอาจจะคิดว่าการติดตั้งระบบ GPS นั้นสามารถใช้เพียงแค่ติดตามการเคลื่อนไหวของยานพาหนะเพียงเท่านั้น นั่นเพราะยังไม่เคยใช้งานระบบ GPS แบบเต็มระบบที่สามารถช่วยในการตรวจจับและวิเคราะห์การทุจริตของพนักงานได้อีกด้วย แล้วระบบ GPS สามารถป้องกันการทุจริตได้อย่างไร วันนี้ Genius GPS จะมาแนะนำวิธีการตรวจสอบให้ค่ะ หากลูกค้าติดตั้ง GPS เป็นรุ่นวัดน้ำมัน ก็จะสามารถวัดปริมาณการเปลี่ยนแปลงน้ำมันจากลูกลอยในถังได้ และสามารถคำนวณเปรียบเทียบระยะทางกับปริมาณน้ำมันที่ใช้ได้ ทำให้สามารถตรวจสอบได้ว่าพนักงานขับรถมีการทุจริตนำน้ำมันในถังออกไปหรือไม่ ตรวจสอบสถานที่เติมน้ำมันหรือจุดที่รถจอดว่าในเส้นทางที่ไปนั้น มีการแวะปั๊มน้ำมันหรือไม่ หากแวะ สถานะของปริมาณน้ำมันในถังอยู่ในระดับใด เพื่อป้องการการแทรกบิลน้ำมัน การนำรถไปใช้ในงานส่วนตัว ระบบ GPS สามารถที่จะตรวจสอบเส้นทางย้อนหลังได้ เมื่อคาดว่าผู้ขับขี่จะนำรถไปใช้งานส่วนตัว แต่ปัจจุบันสามารถที่จะตรวจสอบแบบ Real-time ได้ในทันที เพื่อดูว่ารถขนส่งออกนอกเส้นทางหรือไม่ ใช้เป็นข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบรถและปริมาณการใช้น้ำมันของแต่ละคัน เช่น รถขนส่ง A เดินทางไปส่งของที่หาดใหญ่รถออกจาก กทม.